ขอบเขตสำหรับงาน

อ่านสักนิด – คู่มือของบริษัทและนโยบายด้านทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นทางการควรเป็นแหล่งข้อมูลแรกของคุณ หากคุณต้องการจะสนับสนุนขอบเขตที่ดีในที่ทำงาน คุณจะรู้ว่าคุณมีสิทธิ์ลาโดยได้รับเงินเดือนทั้งหมดกี่วัน มีกฎหมายปกป้องช่วงเวลาพักสั้นสั้นและพักกินอาหารกลางวันหรือไม่ กฎระเบียบเรื่องการทำงานล่วงเวลา ทำงานตอนกลางคืน หรือการทำงานช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จรรยาบรรณของพนักงาน และกระบวนการสำหรับรายงานปัญหาต่างๆ คุณสามารถใช้นโยบายเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำหรับขอบเขตจำนวนหนึ่งของคุณเป็นอย่างน้อย

มองหาเพชรในตม – ลองถามดูรอบๆ ว่ามีผู้บริหารคนใดที่มีการลางานจริงๆ คนที่ไม่ตอบอีเมลหรือรับโทรศัพท์ในช่วงวันหยุดพักร้อน คนที่แสดงความไม่พอใจมากที่สุดเวลาได้รับการติดต่อนอกที่ทำงาน คนที่อยู่บ้านจริงๆ เวลาป่วย หากคุณสามารถระบุได้ว่ามีใครอีกในบริษัทนี้ที่นำขอบเขตแบบที่คุณต้องการกำหนดมาใช้ จงหาพวกเขาให้พบแล้วพูดว่า “ช่วยสอนวิธีของคุณให้หน่อยค่ะ” คนเหล่านี้สามารถให้เทคนิคสำหรับหาทิศทางท่ามกลางวัฒนธรรมที่ทำงานและเทคนิคการพูดคุยกับเจ้านาย และพวกเขาสามารถเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งถ้าคุณตัดสินใจที่จะนำปัญหานั้นไปคุยกับคณะผู้บริหาร

ถามเพื่อนร่วมทีมของคุณเกี่ยวกับประสบการณ์ของพวกเขา – โทรหาเพื่อนร่วมงานของคุณทุกคนรู้สึกว่าถูกกดดันให้ต้องทำงานขณะที่ป่วย หรือตอบอีเมลช่วงวันลาหยุดพักผ่อน ก็ควรพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับ เรื่องนั้น พวกคุณจะกลายเป็นเสียงที่มีพลังมากขึ้น

ให้ฝ่ายบริหารเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการ – อธิบายเรื่องขอบเขตเพื่อสุขภาวะของคุณ ให้พวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ และพวกเขาอาจพบวิธีแก้ปัญหาที่คุณคิดไม่ถึงก็ได้ ประนีประนอมในสิ่งที่คุณทำได้ แต่อย่ามากจนขอบเขตนั้นถูกลบ

ใช้ระบบอัตโนมัติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ – ถ้าคุณทำงานในออฟฟิศ ข้อความอัตโนมัติที่บอกว่าคุณกำลังอยู่นอกออฟฟิศและคำทักทายจากวอยเมล์ สามารถช่วยกำหนดขอบเขตให้คุณได้ แต่งตั้งเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งให้ทำงานแทนคุณไว้ล่วงหน้า ทุกคนจะได้รู้ว่าต้องไปหาใครเวลาที่คุณไม่อยู่ ปิดระบบแจ้งเตือนสแลคอัตโนมัติหลัง 6 โมงเย็น ลบแอปอีเมลจากโทรศัพท์ในช่วงลาหยุดพักร้อน ออกจากบริษัทตอนเย็นโดยไม่ต้องบอกใคร การตั้งคำตอบอัตโนมัติ การสร้างนิสัยที่ชัดเจน และการใช้เทคโนโลยีอย่างฉลาด จะช่วยสนับสนุนการกำหนดขอบเขต และจะช่วยคุณปกป้องขอบเขตที่คุณได้กำหนดไว้แล้ว

เอกสาร เอกสาร เอกสาร – ทำทุกอย่างให้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อว่าคุณจะได้อ้างอิงถึงคำปฏิเสธ คำร้องขอ และคำตอบต่างๆได้ในภายหลัง จดบันทึกที่ระบุวันและเวลาว่าใครอยู่ตรงนั้นบ้าง มีการพูดหรือทำอะไรกันบ้างตอนที่เพื่อนร่วมงาน ผู้จัดการ หรือลูกค้าไม่เคารพขอบเขต แคปหน้าจอข้อความหรืออีเมลที่ถูกส่งมานอกเวลางาน เซฟข้อความซึ่งทำให้ขอบเขตชัดเจนที่ว่าคุณได้ทิ้งคำแนะนำอย่างละเอียดแล้วว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อคุณไม่อยู่ สำเนาอีเมลถึงเจ้านายและหรือฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลเมื่อพบปัญหาการละเมิดนโยบายของบริษัท ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยคุณได้หากคุณจำเป็นต้องขอย้ายงานไปอยู่ที่อื่นหรือต้องอธิบายว่าทำไมคุณถึงลาออก

ขอบเขตที่คุณกำหนดในเรื่องเวลาส่วนตัวก็สำคัญพอๆกับขอบเขตในที่ทำงาน เพื่อที่คุณจะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ช่วงเวลาส่วนตัวจะต้องเป็นเวลาที่คุณได้ผ่อนคลาย เติมพลังให้ตัวเองและฟื้นฟูตัวเองจากความเครียดในที่ทำงาน เรื่องนี้จริงอย่างยิ่งโดยเฉพาะถ้าคุณกำลังป่วย บาดเจ็บ เศร้าโศก หรือลาพักผ่อน

การกำหนดขอบเขตในเรื่องเวลาส่วนตัวจะช่วยให้คุณได้พักผ่อนอย่างแท้จริงเวลาอยู่นอกเวลางาน โดยตระหนักว่าทั้งคุณและทีมงานมีความคาดหวังและลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆเหมือนกัน ทั้งยังจะช่วยให้คุณไปทำงานอย่างสดชื่น พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งน่าจะปรากฏให้เห็นชัดเจนในตัวชี้วัดผลการทำงาน การตรวจสอบ และทัศนคติของคุณ

การสร้างวัฒนธรรมแห่งความใส่ใจและให้เกียรติเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับขวัญกำลังใจ สุขภาพจิต และการไม่ลาออกของพนักงาน

ที่มา: คู่มือการกำหนด “ขอบเขต” Melissa Urban

ใส่ความเห็น

เว็บนี้ใช้ Akismet เพื่อลดสแปม. เรียนรู้ว่าข้อมูลแสดงความเห็นของคุณถูกประมวลผลอย่างไร.