เกือบทุกคนเคยใช้คำว่า “ความซื่อสัตย์” (integrity) แต่หลายคนไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคำนี้มีความหมายเหมือนกับ “ความซื่อสัตย์สุจริต” (honesty) แต่จริงๆ แล้วความซื่อสัตย์ (integrity) มีความหมายมากกว่าความซื่อสัตย์สุจริต อันที่จริง (integrity)เป็นแนวคิดที่กว้างกว่า
ตามพจนานุกรม Merriam-Webster ความซื่อสัตย์ (integrity) หมายถึง “การยึดมั่นอย่างแน่วแน่ต่อจรรยาบรรณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องศีลธรรมหรือคุณค่าทางศิลปะ” และมีความหมายเหมือนกับ “ความไม่ทุจริต” (incorruptibility) หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ การมีความซื่อสัตย์ (integrity) หมายความว่าคุณให้เกียรติต่อคำพูดของคุณเสมอ ซึ่งแตกต่างจากการรักษาคำพูดของคุณเพียงอย่างเดียว เพราะจะมีบางครั้งที่คุณไม่สามารถรักษาคำพูดได้ แต่คุณยังคงสามารถรับผิดชอบแทนที่จะนำข้อแก้ตัวต่างๆ มาพูด
ในฐานะผู้นำ จงให้ความสนใจเป็นพิเศษกับจุดที่คุณให้คำมั่นสัญญา จงเข้าใจว่าการให้เกียรติต่อคำพูดของคุณเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสำเร็จ หากคุณรู้ว่าคุณจะให้เกียรติต่อคำพูดของคุณ คนอื่นก็จะเห็นและรับรู้ในสิ่งนั้นเช่นกัน
เราทุกคนต่างรู้จักคนที่ไม่ให้เกียรติต่อคำพูดของตน พวกเขาแจกจ่ายคำสัญญา เราทุกคนรู้ดีว่าเรารู้สึกและคิดอย่างไรกับคนประเภทนี้ – คือคุณไม่สามารถเชื่อถืออะไรที่พวกเขาพูดได้เลย ในทางกลับกัน เราทุกคนก็รู้จักคนที่ให้เกียรติต่อคำพูดของตนอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน คนเหล่านี้มีพลังและมีความสามารถในการทำงานที่ช่วยให้พวกเขาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต และสามารถชักชวนให้ผู้อื่นติดตามพวกเขาไปสู่เป้าหมาย
ผลกระทบของความซื่อสัตย์ (Integrity) ต่อผู้นำธุรกิจและองค์กร
ในระดับบุคคล ผู้ที่มีความซื่อสัตย์ (integrity) จะถูกมองว่ามีความน่าไว้วางใจและเชื่อถือได้มากกว่า และสิ่งนี้สามารถนำไปสู่โอกาสในการเติบโตทั้งในส่วนตัวและในหน้าที่การงาน ตัวอย่างเช่น บุคคลที่ปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์ (integrity) อย่างสม่ำเสมอมีแนวโน้มที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ทั้งในด้านส่วนตัวและในอาชีพ ซึ่งสามารถช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายและความปรารถนาของตน
ในระดับองค์กร บริษัทที่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ (integrity) มีแนวโน้มที่จะสร้างชื่อเสียงในเชิงบวก ซึ่งสามารถช่วยดึงดูดและรักษาลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ไว้ได้ อันที่จริง จากการศึกษาหนึ่งพบว่า การปรับปรุงความซื่อสัตย์ (integrity) ขององค์กรสามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างเห็นผลโดยตรงและชัดเจนในผลการปฏิบัติงานของพนักงาน องค์กรที่มีวัฒนธรรมแห่งความซื่อสัตย์ (integrity) ยังมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมนวัตกรรมการทำงานร่วมกัน และการทำงานเป็นทีม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพและความสำเร็จ
กล่าวโดยย่อ ความซื่อสัตย์ (integrity) ขององค์กรจะเป็นตัวกำหนดอนาคตขององค์กร เราทุกคนต่างรู้จักองค์กรที่มีรอยร้าวในด้านความซื่อสัตย์ (integrity) และรู้ว่าสิ่งนั้นนำไปสู่ความเสื่อมถอยของพวกเขาได้อย่างไร
วิธีสร้างความซื่อสัตย์ (Integrity) ในองค์กร
ผู้ประกอบการและผู้จัดการจำเป็นต้องนำสิ่งนี้มาพิจารณาและปลูกฝังความซื่อสัตย์ (integrity) ในองค์กรของตน ท้ายที่สุดแล้ว องค์กรทั้งหมดล้วนประกอบด้วยบุคคลที่ดำเนินงานอยู่ โดยคำนึงถึงสิ่งนี้
ต่อไปนี้คือเคล็ดลับห้าประการในการบรรลุความซื่อสัตย์ (integrity) ทั่วทั้งองค์กร
- ทำตามที่พูด (Walk the talk) จงเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเสมอ ทำให้คนอื่นเห็นว่าคุณเป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์ (integrity)
- เผยแพร่แนวคิด (Spread the word) จัดการประชุมทีมเพื่ออธิบาย อภิปราย และนำความซื่อสัตย์ (integrity) ไปปฏิบัติ
- สร้างกระบวนการ (Create a process) ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมของคุณเข้าใจว่าพวกเขาต้องทบทวนการดำเนินการและนโยบายขององค์กรอยู่เสมอ และต้องคอยมองหาหนทางในการปรับปรุงในแง่ของความซื่อสัตย์ (integrity) อย่างสม่ำเสมอ
- ใช้สิ่งเตือนใจ (Implement reminders) ติดป้ายหรือข้อความที่เตือนให้ทุกคนให้เกียรติต่อคำพูดของตน
- ไม่หยุดนิ่ง (Never stop) จงจำไว้เสมอว่าความซื่อสัตย์ (integrity) ไม่ใช่สิ่งที่น่ามี แต่เป็นสิ่งจำเป็นต้องมี
การทำตามขั้นตอนเหล่านี้สามารถยกระดับพนักงานและองค์กรของคุณไปสู่อีกระดับหนึ่งได้ แต่ก็ยังมีระดับที่สูงขึ้นไปอีกเสมอ การทำงานเพื่อยกระดับความซื่อสัตย์ (integrity) ของตนนั้นเป็นงานที่ไม่มีวันสิ้นสุด ดั่งภูเขาที่ไม่มีจุดสูงสุด ทุกครั้งที่คุณก้าวไปถึงระดับถัดไป คุณจะพบว่ายังมีเรื่องอื่นๆ ให้ต้องดูแลอีกมาก
เนื่องจากการบรรลุซึ่งความซื่อสัตย์ (integrity) เป็นงานที่ไม่มีวันจบสิ้น จงเริ่มต้นทันทีด้วยการใช้เวลาสักห้านาทีเพื่อคิด ลองหาบางสิ่งในองค์กรหรือชีวิตการทำงานของคุณที่กำลังดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่น และคิดว่าเคล็ดลับข้างต้นจะช่วยส่งเสริมความไว้วางใจให้มากขึ้นเพื่อเอาชนะอุปสรรคนั้นได้อย่างไร
