นิทานอีสป กบเลือกนายเป็นเรื่องของผู้นำและผู้ตาม บางทีก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและน่าสนใจ อย่างเช่นเรื่องของฝูงกบเหล่านี้
มีกบอยู่ฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ใกล้หนองน้ำแสนสงบ พวกมันใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและราบรื่นมาก จนพวกมันรู้สึกเบื่อจึงคิดอยากจะมีเจ้านายมาปกครองพวกมันบ้าง พวกมันต้องการเจ้านายที่สง่างามและดูดี ที่พวกมันจะถูกใจและยอมรับให้มาปกครองพวกมัน มันจึงร้องขอเทพจูปีเตอร์ให้ประทานเจ้านายมาให้แก่พวกมัน พวกมันร้องขึ้นไปบนฟ้าด้วยเสียง อ๊บ อ๊บ ไม่หยุด จนเทพจูปีเตอร์รู้สึกรำคาญ จึงตัดความรำคาญด้วยการโยนซุงท่อนใหญ่ลงมาท่ามกลางฝูงกบ
เมื่อท่อนซุงหล่นลงมากระทบเข้ากับบึงน้ำดัง โครม ! ผืนน้ำก็แตกกระเซ็นกระสายไปทั่ว ฝูงกบที่อยู่ตามซอกไม้ ใต้กอบัวต่างก็กระโดดกันออกมาดู ด้วยพวกมันคิดว่าเทพจูปีเตอร์คงจะฟังคำร้องขอ และส่งยักษ์แข็งแรงตัวมหึมามาเป็นเจ้านายพวกมัน ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปพวกกบก็ได้รู้ว่าราชาองค์ใหม่ของพวกมันนั้นสงบนิ่ง ไม่มีปฏิกิริยาอะไร กบหนุ่มสาวบางคู่ก็ปีนท่อนซุงไปพรอดรักและกระโดน้ำเล่นกันสนุกสนาน กบตัวอื่น ๆ ก็มาเกาะเล่นและใช้เป็นที่สังสรรค์นั่งคุยกันแต่แล้วพวกมันก็ไม่พอใจจึงพากันร้อง อ๊บ อ๊บ เพื่อขอเจ้านายใหม่จากเทพจูปีเตอร์อีกครั้ง
คราวนี้เทพจูปีเตอร์ต้องการจะสั่งสอนให้เหล่ากบได้สำนึก และรู้บทเรียนล้ำค่า จึงได้ส่งนกกระเรียนลงมาเป็นราชาเหล่ากบ ในดินแดนหนองน้ำกบแห่งนี้ ทันทีที่พระราชาองค์ใหม่คือนกกระเรียนลงมาถึงหนองน้ำ มันทำให้เหล่ากบรู้ว่าราชานกกระเรียนไม่นิ่งเฉยเหมือนราชาท่อนซุง นกกระเรียนราชาไล่เขมือบกบจำนวนมาก บ้างถูกกลืนกิน บ้างกระโดหนีรอด ไม่นานนักฝูงกบจึงสำนึกและคิดได้ว่าพวกมันช่างโง่จริง อยู่ดีมีอิสระกลับไม่พึงพอใจ พวกมันร้อง อ๊บ อ๊บ หาเทพจูปีเตอร์ด้วยเสียงเศร้า ขอให้จูปีเตอร์ช่วยกำจัดราชาทรราชไป ก่อนที่พวกมันจะถูกกินจนหมด
เทพจูปีเตอร์ได้ยิน จึงบอกพวกมันว่า “พวกเจ้าต้องการอะไรอีก ในเมื่อพวกเจ้าร้องขอกันไม่เลิก และไม่พอใจกับสิ่งที่ตนได้รับ เลือกมากนัก ก็จงพบกับหายนะที่พวกเจ้าเลือกกันเอาเองเถอะ” เทพจูปีเตอร์กล่าว
นิทานอีสปเรื่องกบเลือกนายนี้ต้องขอบคุณเหล่ากบที่ทำให้เราได้คิดว่า ก่อนที่จะร้องหาความเปลี่ยนแปลง หรือเรียกร้องสิ่งใด ให้คิดให้รอบคอบเสียก่อน
ดังตัวอย่าง มีผู้จัดการคนหนึ่งที่เคยตกงาน ลาออกมาเพราะมีประเด็นกับเพื่อนร่วมงาน ต่อมา ได้งานใหม่ แต่ก็ไม่พึงพอใจกับอะไรสักอย่าง เงินเดือนน้อยกว่าที่เก่า แต่จำเป็นต้องรับงานนี้เพราะตกงานมาระยะหนึ่งแล้ว มีรายจ่ายของครอบครัวโดยเฉพาะลูก ในระหว่างนั้นก็เรียกร้องอยากได้ผลประโยชน์ต่างๆ เพิ่ม เช่น ค่าโทรศัพท์ อาหาร การทำงานก็ทำพอผ่าน ใจไม่อยู่กับงาน ส่งไปอบรมต่างประเทศ กลับมาก็ไม่ได้นำไปใช้ หัวหน้าแนะนำหรือสั่งให้ทำอะไรก็ไม่ทำ ไม่ปรึกษา ไม่เข้าหา ไม่นำเสนอ คิดว่าตนเองเก่งกว่าหัวหน้า ไม่ทำงานให้สอดคล้องกับเป้าหมาย กลยุทธ์ และวัฒนธรรมองค์กร ใช้เวลางานไปกับธุระเรื่องส่วนตัว ต่อมา ได้งานใหม่ แจ้งออกและให้ความเห็นว่า รู้สึกดีเพราะที่ใหม่มีนายเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย เป็นเจ้านายที่สง่างามและดูดีที่จะถูกใจและยอมรับได้
นี่คือแบบอย่างของกบเลือกนาย ไม่เคยย้อนมองตนเองว่ามีความสามารถหรือไม่ และต้องพัฒนาอะไรบ้าง มองแค่นายไม่โอเค สอนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ขออวยพรให้เจอ เจ้านายในฝัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้น ไม่มีอยู่จริง
ข้อคิด:
สำหรับพนักงานที่ถือดี คือ อดีตผ่านไปแล้ว การที่จะหางานที่มีเงินเดือนที่สูงแบบเดิม อาจจะได้หรือไม่ได้ โอกาสและชะตาชีวิต บางครั้งอาจมีหนเดียว หรืออาจมีหลายหน ต้องยอมรับความจริงให้ได้ การที่เงินเดือนน้อยกว่า แต่มีความสุขก็ทำได้ ถ้าคุณหลงใหลในงาน คุณจะสนุกกับมัน มีผลงานที่ดี แต่ถ้าคุณมองรายได้เป็นที่ตั้ง การทำงานก็จะไม่สนุก เครียด และหมดแรง เพราะต้องบังคับตนเองให้ทำงานนั้นๆ ให้เสร็จไป และเมื่อเทียบรายได้กับปริมาณงานก็จะยิ่งทุกข์ใจหนักกว่าเดิม
อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด 🎼🎶🎵
สำหรับหัวหน้าของเขา คือ หากคนคนหนึ่งลาออกในวันพรุ่งนี้ ให้ถามตัวเองว่า รู้สีกตระหนกตกใจหรือไม่ ถ้าคำตอบ คือ ไม่ แสดงว่าคุณจ้างคนผิด หาใหม่ได้เลย แต่ถ้าคำตอบ คือ ใช่ แสดงว่าคุณจ้างถูกคน ดังนั้น หน้าที่ของคุณคือ จัดการกับอุปสรรคต่างๆ ที่มีผลกระทบกับเขา เพื่อให้เขาทำงานได้อย่างราบรื่น
การจ้างคน คือ หน้าที่ของหัวหน้าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนงานอื่นๆ คุณสามารถกระจายได้
ที่มา: กบเลือกนาย
