บริษัทหลายแห่งโดยเฉพาะบริษัทที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ ผู้บริหารต่างใช้วิธีการส่งเสริมให้พนักงานปฏิบัติงานด้วยความอิสระ ตั้งแต่เลือกเวลาเข้าทำงานให้ครบชั่วโมงที่กำหนด ไม่มีข้อจำกัดเรื่องการแต่งกาย ไม่ยึดติดกับกฎระเบียบหยุมหยิม พนักงานสามารถใช้ความคิดทดลอง วางแผนและดำเนินการได้เอง โดยผู้บริหารไม่ต้องออกคำสั่งว่าควรเริ่มต้นเมื่อใดหรืออย่างไร เป็นต้น
ปีเตอร์ ดรักเกอร์ ปรมาจารย์ด้านการบริหารจัดการ ได้แบ่งพนักงานไว้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
พนักงานประเภทแรก พวกเขาจะทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง คนประเภทนี้จะไม่มีความรู้รับผิดชอบหรือภาคภูมิใจงาน เพราะพวกเขาทำงานด้วยความจำใจ คนทำงานเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องจึงจะไม่มีวันเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหา หรือทำความรู้จัก หรือไม่แม้แต่จะสร้างความรู้สึกให้ชื่นชอบงาน พวกเขาจะพึงพอใจเมื่อได้รับการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานที่สุด เช่น เงินเดือน หรือโบนัส หรือค่าตอบแทนต่างๆ จากความเหนื่อยยากของตน ซึ่งคนประเภทนี้จะไม่มีวันได้รับความไว้วางใจหรือความเชื่อมั่นใดๆ จากผู้บริหารโดยเด็ดขาด
พนักงานประเภทที่สอง พวกเขามีความคาดหวังสูงกว่าพนักงานประเภทแรก เพราะไม่ได้ทำงานเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาต้องการแสดงคุณค่าของตนเองให้เป็นที่ประจักษ์และคิดอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไร จึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต ได้รับคำชื่นชมจากผู้บริหาร และสามารถยกระดับฐานะของตนได้ คนประเภทนี้จะทำงานโดยยึดถือตนเองเป็นหลัก และมีความทะเยอทะยานมากกว่าพนักงานประเภทแรก แต่บุคคลผู้ทะเยอทะยานมักจะประสบความสำเร็จในระยะสั้น และไม่เคยประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานระยะยาว
พนักงานประเภทที่สาม มีความรับผิดชอบสูง มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักแสวงหาความสุขและความภาคภูมิใจจากการทำงานด้วยตนเอง เพราะพวกเขามีความเชื่อว่าคุณค่าของคนเราและผลแห่งความสำเร็จเริ่มต้นจากจิตใจ พวกเขาจึงมองการทำงานเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต ความคิดและการแสดงออกของพวกเขาจึงเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความชื่นชม และคนกลุ่มนี้จะไม่มองการทำงานเป็นเพียงสิ่งสำคัญมากที่สุดในชีวิต แต่พวกเขาจะวางเป้าหมายของตนให้สัมพันธ์กับงานอย่างแนบแน่น เพื่อสร้างแรงผลักดันสู่ความตั้งใจในการปฏิบัติงานให้ดีที่สุด ซึ่งเป็นลักษณะของพนักงานต้นแบบที่ทุกคนควรยึดถือและเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
คุณต้องตอบคำถามให้ได้ว่า คุณทำงานเพื่ออะไร และหลังจากนั้นให้นำคำตอบที่ได้มาสร้างแรงผลักดันในการกำหนดพฤติกรรมและการแสดงทัศนคติต่อการทำงานของตน เพื่อให้ความสามารถที่ซ่อนอยู่แสดงออกได้อย่างแท้จริง และหากไม่รีบฉวยโอกาสในขณะที่อายุยังน้อย หรือรีบหาคำตอบให้แก่ตนเองกับข้อความเหล่านี้ให้ได้เสียก่อน คุณก็อย่าคาดหวังผลสำเร็จจากการทำงานในอนาคตอีกต่อไปเลย เพราะหากเป้าหมายซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางให้คุณเดินคุณยังตอบไม่ได้ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าความสำเร็จที่แท้จริงในชีวิตหมายถึงอะไร
ที่มา: ทัศนคติกำหนดทุกสิ่ง
