91-100 บทบาทเพื่อก้าวสู่เส้นทางเป็น MD อย่างมืออาชีพ

91 ผู้ที่ต้องขยายผลสิ่งที่ดีและแชร์ออกไป เป็นนักป่าวร้อง

เวลามีเรื่องที่ดีหรือเกิดสิ่งที่ดีในองค์กร หากเกิดโดยฝีมือคนของเรา เราก็ควรจะขยายผลให้ผู้นั้นเป็นฮีโร่ ซึ่งจะเป็นตัวอย่างเพื่อผลักดันและกระตุ้นให้ผู้อื่นทำตามได้ ทำให้เป็นการสร้างคนมีฝีมือเพิ่มนั่นเอง

ความเป็นจริงเรื่องไม่ดีบางอย่างที่ไม่อยากให้เกิดในที่อื่นอีกก็ควรนำมาขยายผลเช่นกัน แต่ในกรณีนี้ต้องไม่เน้นไปที่คนผิด

เนื่องจากประสิทธิภาพและโอกาสรวมถึงความน่าเชื่อถือสูงสุดในการขยายผลเป็นเรื่องสำคัญ และตำแหน่งที่ทำได้ดีในเรื่องนี้ก็คือ ตำแหน่ง MD นี่แหละ ที่เป็นนักป่าวร้องอย่างไรล่ะ

92 ผู้ที่ต้องวางตัวเป็นกลางในทุกสถานที่ในทุกกาลทุกเมื่อ เป็นผู้โดดเดี่ยว

มีคำภาษาอังกฤษที่พูดถึง Assertive ความหมายก็คือ ความหมายไม่โอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือที่เรียกว่าความเป็นกลางนั่นเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากพอสมควร

เพราะเหมือนจะมีเพื่อนสนิทหรือสนิทสนิทกับใครก็ไม่เป็นผลดีทั้งนั้น โดยมากจะเห็นผู้นำมักจะจะต้องรับประทานข้าวคนเดียวอยู่ในห้องส่วนตัว

พอมาอยู่ตำแหน่งสูงสุดทำให้เราเหมือนกับต้องเสียสละเพื่อนในองค์กรไปเพื่อแลกกับความเป็นกลาง จึงทำให้ MD ต้องรับสภาพการเป็นผู้โดดเดี่ยวอย่างไรล่ะ

แต่มีคนจะเข้าใจในเรื่องนี้ได้จนกว่าเขาผู้นั้นจะได้มาอยู่ในตำแหน่ง MD ถ้าคุณทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ คุณก็จะถูกมองว่าเล่นพรรคเล่นพวก จะทำให้การบริหารงานของคุณถูกมองแบบมีอคติตั้งแต่เริ่มต้น ยากนะ เหงานะ ที่บอกว่าต้องเป็นผู้โดดเดี่ยวอย่างไรล่ะ

93 ผู้ที่ต้องชอบสิ่งใหม่ๆ New & Next เป็นคนเบื่อง่าย

การสนใจให้ความสำคัญกับสิ่งใหม่ๆ และการนำมาคิดต่อว่าจะทำอะไรให้สอดคล้อง ก็เหมือนกับการติดเสาอากาศหรือติดเซ็นเซอร์คอยรับรู้การเปลี่ยนแปลง เพื่อมาเตรียมกระดานโต๊ะคลื่นให้ขึ้นลงได้ต่ำขึ้นการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ หรือที่เรียกว่า New ( problem/ change/ better) & Next (action)

และงานนี้ต้องเริ่มจากเราในฐานะที่เป็น MD  ที่เรียกว่าเป็นคนเบื่อง่ายอย่างไรล่ะ

94 ผู้ที่ต้องดึงคนเก่งเข้ามาเสริมองค์กร เป็นแมวมอง

หน้าที่การหาคนเข้ามาเติมในองค์กรก็คือฝ่ายบุคคล ฝ่ายสรรหาทรัพยากรบุคคล เพียงแต่ว่าแค่วิธีการธรรมดาเดิมๆ เราจะได้คนเก่งเพียงพอหรือไม่

เราต้องอาศัยคนเก่งที่เข้ามาสัมภาษณ์ให้เค้าไปดึงเพื่อน ไปแนะนำเพื่อน เปรียบเหมือนการตลาดแบบปากต่อปาก

เราต้องมีการออกไปสังเกต ไปเสาะหา ไปดึง ไปทาบทาม ไปจีบคนเก่งที่เป็นเป้าหมาย ให้เข้ามาร่วมงานในองค์กรและการทำสิ่งนี้ให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลสูงสุดได้ก็ต้องทำด้วย MD ที่เรียกว่าเป็นแมวมองอย่างไรล่ะ

95 ผู้ที่ต้องมีความสามารถพิเศษเหนือกว่าคนอื่น เป็นพวกกึ่งอมนุษย์

การจะเป็นผู้นำที่ดีได้ง่ายก็คือการได้รับการยอมรับ ได้รับความศรัทธา เป็นสิ่งที่เราต้องทำให้เขายกนิ้วและยอมสว่าไม่สามารถเทียบได้

ดังนั้นการหาทักษะอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะแสดงให้ลูกทีมของเราได้เห็นและกล่าวขานกันปากต่อปากนี่สิ เป็นสิ่งที่เราต้องฝึกฝนค้นหามาให้ได้

หากเราต้องการยกระดับการยอมรับจนถึงระดับความศรัทธา แล้วถ้าเราทำได้ได้ผลก็คือ ซ้ายเป็นซ้าย ขวาเป็นขวา การเป็นผู้นำของเราก็จะประหยัดเวลาในการทำความเข้าใจลงได้มาก

ดังนั้นจึงแนะนำว่าควรมีคุณสมบัติเป็นพวกกึ่งอมนุษย์อย่างไรล่ะ

96 ผู้ที่ต้องชอบจด ชอบเขียน ชอบแต่ง ชอบจินตนาการ เป็นนักเขียน

การเป็น MD หรือการเป็นผู้นำ จะมีเรื่องราว 100 8009 เข้ามาในแต่ละวันจากรอบด้าน โดยไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะมาจากทางไหนบ้าง ด้วยหนึ่งสมองสองมือที่ต้องรับมือจัดการกับเรื่องมากมายเช่นนี้

การจัดระบบตัวเองที่ดีเป็นเรื่องจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การจด การเขียนบันทึก จึงเป็นหนทางและวิถีทางในการรับมือกับเรื่องดังกล่าว

ตามวิถีที่เรียกกันว่าหัวใจนักปราชญ์ สุ จิ ปุ ลิ ฟัง ใส่ใจ ถาม และลิขิตเขียน

จะเห็นว่าการเขียนเป็นสิ่งสุดท้ายที่ต้องมีเพื่อย้ำเตือนตัวเองนอกจากการเขียนเพื่อตัวเองแล้ว

ในฐานะผู้นำเราควรเขียนให้ผู้อื่นได้อ่านและได้ประโยชน์ไปด้วย จะเห็นผู้นำที่เป็น MD หลายคนออกมาเขียนหนังสือแชร์ประสบการณ์ สิ่งที่เรียนรู้ออกมา เพื่อตอกย้ำตัวเอง และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น อย่างน้อยก็ต่อลูกทีมของพวกเขา ที่เรียกว่าเป็นนักเขียนอย่างไรล่ะ

97 ผู้ที่ต้องชอบทำบุญทำทานและเผื่อแผ่บุญทานกับคนในทีม เป็นนักบุญ

ในทางพุทธศาสนา การมีบุญหนุนนำย่อมทำให้การดำเนินชีวิตหรือการงานราบรื่นได้ง่าย

ผู้นำหรือ MD ส่วนใหญ่ ให้ความสนใจในการทำบุญทำทานนี้ และยังสนใจที่จะ promote เป็นผู้นำบุญด้วย นอกจากนั้นการนำผลบุญทานที่ทำในแต่ละครั้งมาแบ่งปันให้ผู้คนได้ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้เขาได้มีส่วนในผลบุญทาน

เพราะหลายคนมักมีข้ออ้างในเรื่องการทำบุญทำทาน อย่างน้อยก็ทำให้เขาได้ส่วนของผลบุญฐานมาหนุนองค์กรเราก็จะดีขึ้นไปด้วยนั่นเอง ที่ เรียกว่า MD  เป็นนักบุญอย่างไรล่ะ

98 ผู้ที่ต้องเป็นนักอ่านเกม อ่านใจคน อ่านคนออก เป็นผู้มีตาทิพย์หูทิพย์

การที่ต้องมีรูปตัวเองจำนวนมากมายมาอยู่ในองค์กรหรือในเรือของเรา แต่ละคนมีจิตใจ มีอารมณ์ มีความคาดหวังที่แตกต่างกันออกไป

หากเราจะนำผู้คนให้ไปในทางเดียวกันได้ ก็ต้องสามารถมองคนออก อ่านคนออก และสามารถตอบสนองพื้นฐานความต้องการของแต่ละคนหรือคนส่วนใหญ่ได้ หรือถ้าสามารถปลุกและกระตุ้นความต้องการพื้นฐานใหม่ร่วมกันได้ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี

นอกจากนั้น ที่สำคัญคือการเลือกเฟ้นคนใหม่น้ำใหม่เข้ามาเติม เข้ามาเสริมในองค์กรนี่สิ ถ้าพลาดไปก็จะกระทบคนที่อยู่มาก่อน เหมือนติดเชื้อโรค หรือทำให้น้ำใสกลายเป็นน้ำขุ่นไปนั่นเอง

หลายองค์กรส่วนใหญ่จะมีซินแสคอยนั่งอยู่หลังกระจกเพื่อดูโหงวเฮ้งกันเลยทีเดียวว่าคนเหล่านั้นที่จะเข้ามาใหม่จะเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้หรือไม่

ดังนั้นหากทำได้ด้วยตัว MD เองจะดีมาก ที่เรียกว่าเป็นผู้มีตาทิพย์หูทิพย์อย่างไรล่ะ

99 ผู้ที่เลือกมองแต่สิ่งที่ดีของแต่ละคนในแต่ละเรื่อง เป็นพวกโลกสวย

คนทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ใช่เพียงแค่คน แต่รวมไปถึงองค์กรและสิ่งของเครื่องมือก็ตาม ย่อมมีทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ไม่ดี ใช้เวลาไปกับการมองข้อเสียก็ยิ่งเป็นการทำลายเวลาของคุณเสียเปล่า

MD ควรเลือกมองแต่สิ่งดีๆ เพื่อนำมาเสริมนำมาใช้ก็เพียงพอแล้ว ที่เรียกว่า เป็นพวกโลกสวยอย่างไรล่ะ

100 ผู้ที่ต้องสนใจสิ่งแวดล้อมมากกว่าปัจเจกตัวบุคคล เป็นซินแสฮวงจุ้ย

การสร้างสภาพแวดล้อมที่แข็งแกร่ง การเป็นผู้นำทีม การสร้างสมรภูมิที่ดีให้แก่ลูกทีม หรือการสร้างวัฒนธรรมเพื่อกำกับสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

ในยุคนี้องค์กรจะสามารถโดนสภาพแวดล้อมภายนอกโจมตีหรือคุกคามได้ง่าย และผลกระทบจะมีต่อคนในองค์กรและลูกเรือทุกคนไม่ว่าจะเป็นฮีโร่หรือไม่ ยิ่งถ้าอยู่ในฮวงจุ้ยที่ไม่ดีแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาจจะเจ็บป่วยทั้งทีมเลยก็ได้

ดังนั้นการให้ความสนใจให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสภาพแวดล้อม จึงเป็นบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของ MD  เรียกว่าเป็นซินแสฮวงจุ้ยด้วยอย่างไรล่ะ

ที่มา: C. Somkum. 100 บทบาทเพื่อก้าวสู่เส้นทางเป็น MD อย่างมืออาชีพ. กรุงเทพฯ : เช็ก. 2567.

ใส่ความเห็น

เว็บนี้ใช้ Akismet เพื่อลดสแปม. เรียนรู้ว่าข้อมูลแสดงความเห็นของคุณถูกประมวลผลอย่างไร.