วิธีผ่อนคลายโทสะที่ไม่ยอมหายไปสักที

เริ่มจากการค้นหาแรงจูงใจของอีกฝ่าย

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า การแสดงปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็วหรือตอบโต้กลับไปทันทีไม่ใช่เรื่องดี เราควรเริ่มจากการค่อยๆ ไตร่ตรองดูว่า ทำไมอีกฝ่ายถึงกวนโมโหเรา ซึ่งจะช่วยให้เราสงบสติอารมณ์ได้ อีกทั้งเมื่อเรารู้ต้นสายปลายเหตุแล้วก็จะช่วยให้มองเห็นวิธีรับมืออย่างเหมาะสม

ในกรณีที่อีกฝ่ายทำตัวแย่ๆ ใส่เรา หนทางที่ดีที่สุดคือหาแรงจูงใจในการกระทำนั้น นอกจากนี้การใช้สมองครุ่นคิดในเรื่องอะไรบางอย่างจะช่วยให้เราใจเย็นลงและป้องกันไม่ให้เรารีบตอบโต้กลับอย่างขาดสติได้ด้วย

อย่าตอบสนองต่อสิ่งต่างๆในทันที

เมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย คุณควรอดทนรับมือโดยไม่แสดงอาการอะไร จากนั้นค่อยหาสถานที่สักแห่งในการระเบิดอารมณ์ให้เต็มที่เพื่อระบายโทสะออกมาจะดีกว่า ให้เลือกสถานที่ที่ผู้เกี่ยวข้องไม่มีทางรู้ได้เพราะการพูดระบายความในใจกับรุ่นพี่หรือเพื่อนร่วมงานเป็นเรื่องที่อันตรายมาก

มีตัวอย่างหนึ่งที่เพื่อนร่วมงานพยามปลอบใจให้ใจเย็นลงโดยการพาไปเลี้ยงอาหารที่ร้าน พอเราดื่มเหล้าและถูก เพื่อนร่วมงานไถ่ถามเป็นเชิงชี้นำว่า “เจ้านั่นใจร้ายจังเลยนะ” เราก็จะลงเอยด้วยการพูดถึงอีกฝ่ายออกมายาวเหยียด แม้การกระทำเช่นนั้นจะช่วยให้เรารู้สึกสบายใจขึ้น แต่หลังจากนั้นดูเหมือนว่าพวกเพื่อนร่วมงานจะจัดการรายงานเบื้องบนให้รู้ถึงพฤติกรรมของเราในเวลาต่อมา

ในแวดวงการเมืองมีคำกล่าว “คำพูดว่าร้ายนั้นมีปีกบินไปหาคนที่ถูกว่า” จึงไม่ควรพูดว่าร้ายใครในที่สาธารณะเป็นอันขาด

เอาเป็นว่าคุณต้องจัดการกับอารมณ์โกรธอันพุ่งพล่านโดยการทำให้มันเยือกเย็นลงในช่วงพริบตาเรากับแช่ไนโตรเจนเหลว จงแย้มยิ้มอย่างสดใสราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วหลบไประเบิดอารมณ์ในที่ห่างไกล จากนั้นจึงค่อยใช้ความคิดที่โปร่งโล่งแล้วมาวางแผนเรื่องที่ควรทำอย่างใจเย็น

ที่มา: ทามุระ โคทาโร่. 2014. ถึงโมโหก็อย่าสู้กับคนโง่. สำนักพิมพ์วีเลิร์น.

ใส่ความเห็น

เว็บนี้ใช้ Akismet เพื่อลดสแปม. เรียนรู้ว่าข้อมูลแสดงความเห็นของคุณถูกประมวลผลอย่างไร.